WAT BUDDHAPRADEEP
310 POPLAR AVE.
SAN BRUNO, CA 94066
phone: 650-615-9528
650-615-9424
fax: 650-742-6657
info@watbuddhapradeep.org
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ                                         16-04-2007

"การกำหนดว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ก็เพื่อจะแสดงให้เห็นทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ความเป็นมา จารีตขนบ
ธรรมเนียม โดยเฉพาะราชประเพณีของสังคมนี้ว่ามี พระพุทธศาสนาเป็นหลักแห่งการฝึกฝนอบรมลูกหลานมายาวนาน
เป็นบันทึกจารีตซึ่งมิได้เป็นอักษรให้เป็นกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น คือเป็นอยู่แล้วโดยเนื้อหา เพียงแต่ต้องการ
ให้ท่านผู้ร่างรัฐธรรมนูญยืนยันข้อเท็จจริงนี้เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ..."

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไม่ได้เชียวหรือ? ข่าวคราวการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ฉบับปัจจุบัน กำลังเป็นที่จับตามอง จ้องตาเป็นมันของบุคคลในสังคมทั่วไป ยิ่งสังคมชาวพุทธแล้วไม่ต้องพูดถึง กำลังดูว่า
สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจะร่างออกมาในรูปแบบใด จะเอาใจคนที่นับถือคริสต์ ,อิสลาม, พระพุทธศาสนา, ซิกซ์ ได้ติด
ตามอ่านคอลัมน์นิส ต่างวิพากวิจารณ์ กันอย่างมากมาย ดูเหมือนว่า เรื่องศาสนาเป็นเรื่องประหลาด เป็นเรื่องที่แปลก หลาย
ท่านที่วิจารณ์ศาสนาไปในทำนองที่กล้าๆ กลัว นึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่ได้มองถึงความถูกต้อง ไปแยกว่า ถ้า
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ จะเกิดอะไรขึ้น จะทำให้ศาสนาอื่นมองอย่างไร

เมื่อหันมามองพุทธศาสนิกชน มีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ที่ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนา แค่นี้ก็มองออกแล้ว ว่าเราควรจะ
เขียนอย่างไร ไม่ต้องไปวิจารณ์กันให้มากนัก แถมมีบางท่านแย้งมาว่า ถ้าเขียน พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
จะช่วยให้ชาวพุทธหันมาทำความดีกันมากขึ้น พูดในลักษณะอย่างนี้ แสดงว่าแยกไม่ออก ทุกศาสนาสอนให้คนทำความดีทั้งนั้น ใครนับถือศาสนาอะไรได้หมด แต่ต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่า “ประเทศไทย” โดย
เฉพาะคนไทย ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนามาเป็นร้อยปี พันปี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรียนจบในต่างประเทศเกือบทุกคน ไม่ได้เคยนึกถึงหัวอกคนไทยสมัยโบราณบ้างเลย กลับไปเขียนรัฐธรรมนูญ
ตามประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เป็นต้น ทำไมไม่เขียนรัฐธรรมนูญ ในประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติบ้าง เช่น อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ เค้าเขียนอย่างภาคภูมิใจว่า
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

“อาตมาไม่ได้ถอยหลังเข้าคลอง และไม่ได้เขียนเอาใจใครทั้งนั้น แต่เขียนเพราะความเป็นจริง” โดยวัดอัตราส่วนจากพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดียมาก่อน แต่ก็ถูกทำลายอย่างย่อยยับ
เหลือเพียงซากปรักหักพัง นี้คือร่องรอยทางพระพุทธศาสนา สมัยนั้นใครมีอำนาจปกครองประเทศ ก็เขียนรัฐธรรมนูญเข้าข้างตนเองทั้งที่ไม่มีศาสนิกชนเพียงพอ ตรงกันข้ามกับประเทศไทย ที่มี
พุทธศาสนิกชนนับถือเป็นจำนวนอัตราส่วนมาก และไม่ได้ไปบังคับใครให้มานับถือพุทธศาสนา นับถือกันมาแต่กำเนิด มาระยะหลังเหตุการณ์ต่างๆ ยุคไฮเทค ได้เปลี่ยนแปลงไปต้องอาศัยหลักนิติศาสตร์
พฤตินัย หลักตรรศาสตร์ เข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นถ้าจะแก้ปัญหากันตามใจคือไทยแท้ จะมีปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด ทุกคนมีสติปัญญา มีความสามารถ เรียนจบกันสูง เป็นระดับ ดอกเตอร์ ไม่เคยนึกถึง
สมัยโบราณระดับรากหญ้า

สาเหตุหนึ่งที่มีการประท้วงกันบ่อยๆ เพราะ บุคคลที่เรียนจบสูง ไม่เข้าใจ ระดับล่างกลับไปมองบุคคลเหล่านี้ ว่าความคิดถอยหลัง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ทันสมัยเหมือนกับพวกที่เรียนมาสูงๆ เข้ามามี
บทบาทในสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพียงเป็นตัวแทนของประชาชนเข้าไปนั่งในส่วนที่ถูกจัดไว้ให้ อาจจะถูกจัดตารางแผนงานที่ต้องทำแบบนี้ จะไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ใครจะไปรู้ส่วนตื่นลึกหนาบาง มหาสมุทรที่
ลึกที่สุด ยังไม่เท่าจิตใจของมนุษย์ลึก ลองคิดดู

การร่างรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายปกครองประเทศ ใช้ในการบริหารประเทศ จะหันเหประเทศไปในทางทิศใด ก็อยู่ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าไม่ผ่านประชาวิจารณ์ ก็ถูกเลิก กลับมาใช้รัฐธรรมนูญ ปี 40 ที่
สมบูรณ์ที่สุด ทั้งที่ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด งบประมาณถูกนำมาใช้ไม่น้อย เท่าที่ทราบการบัญญัติข้อความ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เป็นความกลัวที่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยปัญญา มันเป็นเช่นนั้นจริง
หรือ?

ไม่มีเหตุผลรับรองคอความกลัวที่ผิด แน่นอนการจะกำหนดเอาทุกศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติย่อมไม่ได้ ไม่มีชาติไหนเคยทำ มีแต่กำหนดเอาศาสนาใดศาสนาหนึ่งที่มีจำนวนสมาชิกมาก และที่สำคัญเป็น
รากเหง้าจริยธรรมและวัฒนธรรมเป็นส่วนมากของสังคมนั้นเป็นศาสนาประจำชาติ ในกรณีประเทศไทย ศาสนาที่เก่าแก่และเป็นรากฐานของศีลธรรมและวัฒนธรรมไทยมายาวนานกว่าศาสนาอื่นก็คือพระ
พุทธศาสนา พระราชาพระมหากษัตริย์ พระบรมวงษานุวงศ์ ทุกพระองค์ ทรงเป็นพุทธมามกะ นับถือพระพุทธศาสนา อุปถัมภ์ทะนุบำรุง พระพุทธศาสนา มาตลอด

การกำหนดว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ก็เพื่อจะแสดงให้เห็นทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ความเป็นมา จารีตขนบธรรมเนียม โดยเฉพาะราชประเพณีของสังคมนี้ว่ามี พระพุทธศาสนาเป็นหลักแห่งการ
ฝึกฝนอบรมลูกหลานมายาวนาน เป็นบันทึกจารีตซึ่งมิได้เป็นอักษรให้เป็นกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น คือเป็นอยู่แล้วโดยเนื้อหา เพียงแต่ต้องการให้ท่านผู้ร่างรัฐธรรมนูญยืนยันข้อเท็จจริงนี้เป็น
ลายลักษณ์อักษรเท่านั้น

กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญแบบเอาข้อเท็จจริงที่มีในประวัติความเป็นมาของไทยมาบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น มิได้บัญญัติอะไรใหม่เลย !!!

++ พระครูวรสิทธิวิเทศ วัดพุทธประทีป ซานฟรานฯ
คอลัมน์ สายตรงจากอเมริกา
ทำบุญด้วยอะไรถึงจะมีคู่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ผ่านมา พุทธศาสนิกชนได้เดินทางมาบำเพ็ญกุศลที่วัดพุทธประทีป ซานฟราน ฯ  เป็นจำนวนนับร้อยคน ทั้งฝนตกกลงมาอย่างหนัก อาหารหวานคาวที่ทางวัดตระเตรียมไว้รองรับบุคคล
ที่เดินทางมาที่วัด ก็หมดภายในไม่นาน บางคนเลยถือโอกาสหลบมานั่งสนทนาธรรมบ้าง นั่งคุยกันบ้าง ตามประสาคนไทย
บางคนก็นั่งสนทนากันระหว่างเพื่อนด้วยกันที่ไม่ได้เจอกันมานาน หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่จะเป็น การบ้านการเมืองในปัจจุบันนี้ บางคนก็ตั้งหัวข้อขึ้นมาสนทนากัน เป็นที่ประทับใจกันทั่วหน้า
มีท่านหนึ่งได้ตั้งคำถามแปลกมาก “ท่านทำบุญด้วยอะไรถึงจะมีคู่” ฟังดูแล้วน่าคิดน่ะ เล่นเอาในวง สนทนาต้องหยุดหันมามองผู้ตั้งคำถามด้วยความสนใจ ว่าไม่ใช่ธรรมดา คนที่ตั้งคำถาม แสดงว่าเอาใจ
วัยรุ่นน่าดู วัยอย่างพวกเราก็ไม่ใช่ธรรมดา บางคนก็อยากมีคู่ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เอาใจก็แล้ว มีของมากำนัลก็แล้ว พาไปเลี้ยงอาหารตอนเย็นก็แล้ว พาไปเดินชอบปิ้งก็แล้ว ยังไม่เข้าสเปก ไม่รู้จะทำ
อย่างไร ขอให้ท่านช่วยแนะนำช่องทางให้หน่อย น่าจะเป็นบุญเป็นกุศล ไม่มากก็น้อย และพอได้ฟังคำ อ้อนวอนก็ต้องใจอ่อน เป็นหน้าที่ที่ต้องไขข้อข้องใจให้หายไปจากหัวใจของผู้ถาม

แต่คำถามข้อนี้ “ขอบอกไม่ใช่ธรรมดา” คงจะต้องอิงหาหลักฐานเป็นเครื่องยืนยัน ว่าทำด้วยอะไร ถึง จะมีคู่ครอง ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อน เนื้อคู่หรือคู่ครอง ตามหลักพระพุทธศาสนา ได้กล่าวไว้ว่า การที่
เราจะแต่งงานกันได้ หรือเป็นเนื้อคู่ จะสมพงษ์กันนั้น เรียกว่า ปุพเพกตปุญญตา ต้องเคยทำบุญและสร้างกรรมร่วมกันมาก่อน และร่วมกันสร้างบุญในชาติปัจจุบัน พอจะยกตัวอย่างให้ทราบดังนี้

คู่สร้างคู่สม เกิดจากกุศลที่ดีนำมาเจอกัน และอยู่ด้วยกัน อย่างมีความสุข ความเจริญก้าวหน้า ตามลำดับ วิธีเสริมบุญคู่สร้างคู่สม ด้วยการถวายพระพุทธรูป เชื่อว่าทำให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เขียนชื่อ
นามสกุล ของคนทั้งสองคนไว้ใต้ฐานพระ เพื่อเสริมชีวิตคู่ให้สมบูรณ์ ขึ้น

คู่อุปถัมภ์ เกิดจากการเคยสร้างกุศลเกื้อหนุนกันมา และอธิษฐาน จิตมาเจอกัน ดวงชะตาชีวิตจึง ช่วยกันเสริม ความผูกพันธ์ มีอะไรช่วยเหลือกัน พึ่งพาอาศัยกัน มาจนถึงปัจจุบัน วิธีการเสริมคู่บุญ อุปถัมภ์
เกิดจากเคยอุปถัมภ์กันมาก่อน เสริมดวงด้วยการถวายนีออน ในช่วงวันเกิด จะให้ชีวิตคู่สว่างขึ้นก็จะเป็นคู่อุปถัมภ์กันตลอดไป

คู่มิตร เกิดจากการเป็นเพื่อนกันมา และมีวิถีชีวิตคล้ายกันและช่วยเหลือกันมาจึงเป็นคู่กัน เป็นดั่งเพื่อน วิธีการเสริมบุญคู่ขอแนะนำให้ตักบาตรร่วมกัน หรือถ้าถวายของพระให้ถวายเป็นคู่ๆ เช่น เทียนคู่
ผลไม้คู่ ทำบุญตักบาตรด้วยกัน และอธิษฐานขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง เป็นต้น

คู่ศัตรู หมายถึงศัตรูอันเกิดจากการเป็นศัตรูกันมาในอดีตชาติ แต่มาพบรักกัน อะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่ให้อภัยกัน เอากันให้ตายไปข้างหนึ่ง มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ วิธีเสริมดวงคู่ศัตรู ให้
เขียนชื่อนามสกุล และวันเดือนปีเกิด ของทั้งคู่ประกบกันไว้ให้ฐานพระ และสวดขอพรทุกวันติดต่อกัน แต่เป็นวิบากกรรมสุดวิสัยที่จะแก้ได้ เช่นพังพอนกับงู เป็นตัวอย่าง

หลายคนมีคู่ชีวิต อาจจะด้วยเหตุไม่มั่นใจว่าจะดำรงชีพลำพังคนเดียวได้ ต้องการมีผู้ร่วมคิดแก้ปัญหาเป็นเพื่อนคอยให้กำลังใจ หรือจะด้วยเหตุอื่นๆ อีก และบางคนมีความเบื่อหน่ายในการมีคู่ชีวิต อาจจะ
ด้วยเหตุว่าอยากจะดำรงชีพลำพังคนเดียว ตัดสินปัญหาอะไรด้วยตนเองคนเดียว ต้องการอิสระไม่ขึ้นอยู่กับใคร หรืออาจจะด้วยเหตุอื่นๆ อีกไม่ว่าจะตัดสินเลือกมคู่ชีวิตแล้วหรือเลือกอยู่แต่เพียง
ลำพังคนเดียว ก็เป็นการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและที่ชอบที่สุดเพื่อตัวเองด้วยกันทั้งนั้น

คู่ชีวิตในอีกทางเลือกหนึ่งหรือในอีกความหมายหนึ่ง ให้ลองพิจารณา และมันก็ไม่เป็นการช้าเกินไป สำหรับผู้ที่มีคู่ชีวิตแล้ว และก็ไม่ทำให้ทั้งสองต้องผิดใจกันด้วย แต่คู่ชีวิตนี้จะยิ่งทำให้ทั้งสองรักกันปอง
ดองกันมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ ธรรมะเป็นสิ่งที่ทุกคนควรเลือกเป็นคู่ชีวิต ธรรมะแก้ปัญหาให้เราได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขอทานไปจนถึงพระราชาจักรพรรดิ คนที่ไม่มีธรรมะเป็นคู่ชีวิตไว้ปรึกษา มักจะ
ตัดสินอะไรผิดพลาดเสมอ แม้ว่าเขาจะมีการศึกษาในระดับสูง หรือมีปริญญาบัตรมากมายหลายแผ่นก็ตาม มันก็ยังมีปัญหาในการตัดสินใจในการดำรงชีวิตที่ถูกต้องอยู่นั้นเอง เพราะที่เขาเรียนมานั้น มันมี
แต่ความรู้เรื่องวิชาชีพไปประกอบอาชีพ ให้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพของตน แต่วิชาที่สอนเรื่องการพัฒนาจิตใจมันไม่มี มันก็เลยไม่รู้ว่าจะเป็นมนุษย์กันได้อย่างไร จบการศึกษามามันก็เลยคิดแต่
จะหางานทำดีๆ เพื่อจะมีรายได้ดีๆ ถ้ายิ่งฉลาดก็ยิ่งมีความคิดละเอียดอ่อนในการคิดหาวิธีที่จะกอบโกยให้ได้มากๆ มันก็คิดกันอยู่ แต่เพียงเท่านี้ ส่วนที่จะคิดว่าจะทำงานอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้บ้าง
ให้สมกับที่เราเรียนมาสูง ไม่มีเลยความคิดอย่างนี้ มันก็คิดจะทำเพื่อตนเองกันทั้งนั้น นี่แหละผลของวิชาชีพที่สู้อุตส่าห์ไปล่ำเรียนมา

พอไม่ได้อย่างใจก็โกรธ หงุดหงิด ไม่พอใจก็จองเวรอาฆาต รักมากหลงมากก็หึงหวง สมหวังก็ดีใจสุดเหวี่ยง ผิดหวังก็เสียใจ จนถึงขนาดฆ่าลูก ฆ่าเมีย และสุดท้ายก็ฆ่าตัวเองก็มีอยู่มากในเวลานี้ มี
อารมณ์กระโดดไปตามกิเลสสั่งการ เป็นอยู่อย่างนี้แล้วจะหาความสงบสุขได้ที่ไหน

การมีธรรมะเป็นคู่ชีวิตจะทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คือ ทำประโยชน์แก่ตนเองและแก่ผู้อื่น คิดจะโกงคนอื่นก็ทำไม่ลง เพราะไปทำให้ผู้อื่นเสียประโยชน์ คิดจะด่าว่าเขาก็เกรงว่าเขาจะเสียใจ จะทำร้าย
ร่างกายเขา ก็กลัวว่าเขาจะเจ็บตัว ฯลฯ

เมื่อคิดถึงประโยชน์ตนเองและประโยชน์ผู้อื่น มันก็ยากที่จะตัดสินอะไรผิดพลาดส่วนมากที่ตัดสิน เลือกธรรมะเป็นคู่ชีวิต ก็เพราะชีวิตหมดทางเลือกหมดทางไปจริงๆ หมดที่พึ่งอื่นแล้ว และส่วนมากแล้วก็
ย่างเข้าสู่วัยชรากันแล้วทั้งนั้น เรียกว่าปลายชีวิตเต็มทีแล้ว หาที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวนั้นหายากเต็มที ตอนที่ชีวิตสมบูรณ์สนุกสนานอยู่มองไม่ค่อยเห็นธรรมะกันหลอก พูดถึงธรรมะแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน
เห็นเป็นของครึคระล้าสมัย พวกฝรั่งเท่านั้นที่ทันสมัย ฝรั่งมีอะไรเราก็จะต้องมีอย่างนั้น(ซื้อจากฝรั่ง) ไม่ชอบนำหน้า แต่ถ้าฝรั่งสร้างอะไรได้ เราก็สร้างได้อย่างฝรั่ง อย่างนี้ก็น่าชื่นชมได้บ้าง

“ฉะนั้นจึงควรศึกษาธรรมะให้ถูกต้องและตามความเป็นจริงอย่างที่สุด จึงขอแสดงความหวังว่าพวกเราทั้งหลายจักพร้อมใจกันเลือกธรรมะมาเป็นคู่ชีวิต เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ส่วนท่านจะเลือก
คู่ครองเป็นคู่ชีวิต ก็ไม่เสียหายอะไร การทำบุญด้วยอะไรถึงจะได้คู่ครอง หวังว่า ผู้อ่านคงพอจะเข้าใจบ้างแล้ว ควรทำบุญด้วยอะไร หรือถ้ามีคำถามเพิ่มเติม อย่าได้นิ่งนอน กรุณาแจ้งให้ทราบด้วยจะ
ได้ตอบให้ตรงประเด็นอีกครั้ง”


พระครูวรสิทธิวิเทศ
พระครูวรสิทธิวิเทศ
เจ้าอาวาส
วัดพุทธประทีป ซานฟรานซิสโก
ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
กรุงเทพมหานคร